Member | thai eng

 






 
หลักสูตร และแนวการเรียนการสอน
 
     เป็นโรงเรียนที่มีอาคาร สถานที่สะอาด เป็นระเบียบสวยงามและมั่นคง ปลอดภัยทันสมัยในห้องโรงเรียนประกอบไปด้วย ห้องเรียนของแต่ละชั้นปี ห้องเรียนดนตรี ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ และห้องเรียนภาษาอังกฤษ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนทุกชั้นติดเครื่องปรับอากาศและมีการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศและฟอกอากาศอย่างสม่ำเสมอ
 
     โรงเรียนใช้หลักสูตรเฉพาะของสถานศึกษา เป็นหลักสูตรการบูรณาการ การเรียนวิชาต่างๆ ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เชาวน์ความพร้อม อีกทั้งบูรณาการสังคม และวิทยาศาสตร์เบื้องต้น เพื่อให้นักเรียนมีพื้นฐานในการเรียนต่อชั้นประถมศึกษา โดยใช้วิธีการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนี้
  • เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง
  • ด้านความพร้อม เน้นกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม
  • มีโครงการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยจัดโครงการค่ายวิทยาศาสตร์ และโครงการค่ายคณิตศาสตร์
  • มีการสอนอังกฤษโดยคุณครูเจ้าของภาษา
  • กิจกรรมเสริม มีดนตรี (คีย์บอร์ด) ว่ายน้ำ คอมพิวเตอร์ และนาฏศิลป์
 
หลักสูตรการเรียนการสอน (School Curriculum)

   หลักสูตรก่อนประถมศึกษา สำหรับนักเรียนอายุ 3-6 ปี เป็น การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ให้กับนักเรียนโดยผ่านทางการทำกิจกรรมประจำวันที่เหมาะสมกับวัยทั้ง 6 ประเภท คือ กิจกรรมเสรี กิจกรรมสร้างสรรค์กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะกิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมเกมการศึกษา นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อโรงเรียนนักเรียนมีพัฒนาการครบทุกด้าน สอดคล้องตามความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน ตลอดจนได้รับการอบรมให้เป็นนักเรียนที่ดีมีคุณธรรม จริยธรรมเนื้อหาหลักสูตร ที่นำมาใช้ในการจัดทำแผนการจัดกิจกรรม โรงเรียนยึดแนวทางตามหนังสือ “แผนการจัดประสบการณ์ สำหรับนักเรียนก่อนประถมวัย”
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จัดทำขึ้นเป็นหลัก ซึ่งกำหนดไว้ 4 สาระการเรียนรู้คือ
สาระที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก สาระที่ 2 เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อมเด็ก
สาระที่ 3 ธรรมชาติรอบตัว สาระที่ 4 สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก นอกจากนี้ยังมี ด้านประสบการณ์ที่สำคัญ
เช่น การใช้ภาษา การเรียนรู้สังคม จำนวน เป็นต้น และด้านแนวคิด เป็นต้น


จุดมุ่งหมาย ของหลักสูตรแยกออกเป็น 2 ประการคือ
ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย


1. มีสุขภาพดี เจริญเติบโตตามวัย และมีพฤติกรรมอนามัยที่เหมาะสม
2. ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ และกล้ามเนื้อเล็กได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
3. ร่าเริงแจ่มใส มีความสุข และความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
4. มีคุณธรรมและจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีความรับผิดชอบ
5. ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับสภาพและวัย
6. อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
7. รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมในท้องถิ่น และความเป็นไทย
8. ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
9. มีความสามารถในการคิด การแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
10. มีจิตนตาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ด้านคุณลักษณะตามวัย ประกอบด้วย
 

นักเรียนชั้นอนุบาล 1 อายุ 3 – 4 ปี

  • พัฒนาการด้านร่างกาย:เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้วิ่งแล้วหยุดโดยไม่ล้มใช้กรรไกรมือเดียวได้ วาดและระบายสี่อิสระได้
  • พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจและสังคม: พอใจคนที่ตามใจชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจ และได้คำชม ช่วยเหลือตนเองได้ ชอบเล่นของเล่นแบบต่างคนต่างเล่น
  • พัฒนาการด้านสติปัญญา: สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว ชอบถาม “ทำไม”ตลอดเวลา ร้องเพลงง่ายๆ แสดงท่าทางเลียนแบบพูดประโยคยาวขึ้น
 
นักเรียนชั้นอนุบาล 2 อายุ 4 – 5 ปี
  • พัฒนาการด้านร่างกาย: เดิน วิ่ง กระโดดได้ดี เพราะกล้ามเนื้อเริ่มประสานสัมพันธ์กัน กระฉับกระเฉงไม่ชอบอยู่เฉย ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้
  • พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจและสังคม: มีความมั่นใจตนเองสูงมากขึ้น ชอบท่าท้ายผู้ใหญ่ ต้องการให้มีคนฟังคนสนใจ สนใจผู้อื่น ชอบเล่นบทบาทสมมติ ชอบเล่นเป็นกลุ่ม
  • พัฒนาการด้านสติปัญญา:เปรียบเทียบได้ เรียงลำดับเหตุการณ์ได้ เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมชอบถาม“ทำไม”เนื่อจากเริ่มเรียนรู้ได้แล้วเข้าใจความเป็นเหตุเป็นผลได้พูดเป็นประโยคได้
 
นักเรียนชั้นอนุบาล 3 อายุ 5 – 6 ปี
  • พัฒนาการด้านร่างกาย : เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้อย่างคล่องแคล้ว กระฉับกระเฉง
ไม่ อยู่เฉย ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ดี เช่น ติดกระดุม ผูกเชือกรองเท้าได้ ฯลฯ ยืดตัวคล่องแคล่ว
  • พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจและสังคม : ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง ชอบเล่นกับนักเรียนอื่นช่วยเหลือตนเองได้ ชอบสร้างความพอใจให้ผู้อื่นชอบแสดงออก และทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ ใหญ่ชมเชย
  • พัฒนาการ ด้านสติปัญญา: พูดประโยคได้ยาวขึ้น รู้คำศัพท์มากขึ้น ร้องเพลง ท่องคำ คล้องจองได้ บอกชื่อ
  • นามสกุล ของตนเองได้ นับ 1-20 ได้บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูป ร่าง จำแนก และจัดหมวดหมู่ สิ่งของได้
    แนวทางการจัดกิจกรรมประจำวัน เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว จึงกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมไว้ดังนี้ โดยหลักการแล้ว เป็นการจัดกิจกรรมที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ( Child Centered ) เน้นการพัฒนากระบวนการคิด โดยนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านทางการทำ กิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้านคอมพิวเตอร์ ดนตรี ว่ายน้ำเพื่อส่งเสริมความสามารถพิเศษ กิจกรรมที่จัดขึ้นเหมาะสมกับวัย ในรูปแบบบูรณาการ นักเรียนสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองเป็นหลัก ภายใต้สภาพแวดล้อม บรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
    การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางด้านการพัฒนา การ การประเมินผลพัฒนาการจะคำนึงถึงหลักคือต้องประเมินพัฒนาการของนักเรียนครบทุกด้าน เป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอ ตามสภาพที่เป็นจริงของการทำกิจกรรมปกติในแต่ละวัน โรงเรียนใช้วิธีการประเมิน โดยการสังเกต ซักถามนักเรียนให้ความสำคัญกับกระบวนการมากกว่าผงผลิต มีการรวบรวมผลงานของนักเรียนเก็บเข้าไว้ในแฟ้มสะสมงานของนักเรียนแต่ละคน การดำเนินงานจะเป็นไปอย่างมีระบบ มีการวางแผน มีการเลือกเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการประเมินผล และมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

สิ่งอำนวยความสะดวก
   ทางโรงเรียนได้จัดให้มี ห้องวิชาการ ห้องสื่อวิทยาการ ห้องสมุด มีการจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย มีการสอนว่ายน้ำ ,คอมพิวเตอร์ ,ดนตรี และการเรียนภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษา ให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาความสามารถและเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียน นอกจากนี้ทางโรงเรียนมีรถนักเรียนปรับอากาศไว้บริการรับส่ง และทางโรงเรียนยังได้จัดให้มีกิจกรรมนักเรียนในด้านต่างๆ เช่น กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา กิจกรรมในวันปิดภาคการศึกษา กิจกรรมสัมพันธ์ชุมชน กิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ และทัศนศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น
 
 
                                                                       ภาพกิจกรรมนอกสถานที่